Harbor stripe · Tide-ready shipping · Free over $75
compounded tirzepatide whittier

compounded tirzepatide whittier GLP-1 & GIP Medications pozhealth@ Combining GLP-1 Therapy NEW SKIN CARE Size:4 oz

SKU: 94858046196

4.7
USD28.31 USD66.31

Pay in 4 interest-free payments of $7.08 Learn more

Shipping Estimate
USA
  • USA
  • CAN

Ships within 48 hours · Estimated delivery Sep 13 - Sep 18

Description

compounded tirzepatide whittier GLP-1 & GIP Medications pozhealth@ Combining GLP-1 Therapy NEW SKIN CARE Size:4 oz

pozhealth@ Combining GLP-1 Therapy with Testosterone Replacement Can Improve Weight Loss and Muscle Preservation

There were 12 deaths among exposed patients (eTable 9 in Supplement 1): 5 in the 3-mg/d semaglutide group, 3 in the 7-mg/d semaglutide group, 1 in the 14-mg/d semaglutide group, and 3 in the sitagliptin group

NEW SKIN CARE

Size:4 oz

กระแส “ปักปากกา” เพื่อลดน้ำหนักกำลังได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มองว่ายาฉีดลดน้ำหนักเป็น “ทางลัด” หรือเป็นตัวช่วยใหม่ หลังจากพยายามควบคุมอาหารและออกกำลังกายแล้ว แต่น้ำหนักยังไม่ลดลงตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม ภญ.โฉมคนางค์ ภูมิสายดร กรรมการสภาเภสัชกรรม ระบุว่า ยากลุ่มนี้ไม่ใช่ยาที่ทุกคนควรใช้เพื่อหวังผลด้านรูปร่าง เพราะ GLP-1 เป็นยาที่มีข้อบ่งใช้ทางการแพทย์ชัดเจน ต้องประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล และต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น ภญ.โฉมคนางค์อธิบายว่า ยากลุ่มนี้มีชื่อเต็มว่า GLP-1 receptor agonist เป็นยาที่เลียนแบบการทำงานของ “ฮอร์โมน” ในร่างกายกลุ่ม Glucagon-Like Peptide ยากลุ่มนี้จึงทำงานคล้ายฮอร์โมน และมีผลต่อหลายระบบในร่างกาย ทั้งสมอง กระเพาะอาหาร และการหลั่งอินซูลิน ด้วยเหตุนี้ GLP-1 จึงถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคเบาหวาน รวมถึงใช้ในผู้ที่มีความจำเป็นต้องจัดการภาวะน้ำหนักตัวเรื้อรังหรือโรคอ้วน ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ที่มีน้ำหนักปกติ หรือผู้ที่มีรูปร่างผอมอยู่แล้ว นำไปใช้เพื่อ “เชปหุ่น” หรือฉีดเพียงไม่กี่โดสเพื่อหวังให้ผอมเร็ว สาระสำคัญที่ประชาชนต้องเข้าใจใหม่ คือ GLP-1 ไม่ใช่ยาวิเศษสำหรับลดน้ำหนัก และไม่ใช่ยาที่ควรซื้อมาใช้เองตามกระแสในโซเชียล การใช้ผิดกลุ่ม ผิดข้อบ่งใช้ หรือใช้โดยไม่พบแพทย์ อาจนำไปสู่ผลข้างเคียงได้หลายระดับ ตั้งแต่คลื่นไส้ อาเจียน ท้องอืด ท้องผูก ระบบทางเดินอาหารผิดปกติ น้ำหนักกลับมาเพิ่มหลังหยุดยา ไปจนถึงการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ การซื้อยาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือยังเพิ่มความเสี่ยงจากยาปลอม ยาเถื่อน หรือยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนในไทย ซึ่งอาจเป็นอันตรายมากกว่าผลลัพธ์เรื่องน้ำหนักที่คาดหวังไว้ ดังนั้น ก่อนใช้ยากลุ่ม GLP-1 จึงต้องเริ่มจากการประเมินโดยแพทย์ ไม่ใช่ตัดสินใจจากโฆษณา รีวิว หรือคำบอกต่อบนโลกออนไลน์เพียงอย่างเดียว ภญ.โฉมคนางค์อธิบายว่า GLP-1 receptor agonist เป็นกลุ่มยาที่เลียนแบบฮอร์โมนในร่างกาย โดยคำว่า GLP มาจาก Glucagon-Like Peptide ซึ่งเป็นกลุ่มฮอร์โมนเปปไทด์ชนิดหนึ่ง จุดที่ต้องแยกให้ชัดคือ ยากลุ่มนี้ไม่ใช่ “เปปไทด์” หรือโปรตีนทั่วไปตามความเข้าใจในกระแสออนไลน์ แต่เป็นยาที่เลียนแบบฮอร์โมนและออกฤทธิ์กับระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ในภาพรวม กลไกการทำงานหลักของ GLP-1 มี 3 ส่วน คือ ภญ.โฉมคนางค์ระบุว่า ในประเทศไทยมียากลุ่มนี้ที่ขึ้นทะเบียนอยู่ 3 ตัวยาหลัก ได้แก่ Liraglutide (Saxenda), Semaglutide (Wegovy) และ Tirzepatide (Mounjaro) โดยทั้งสามตัวมีกลไกหลักคล้ายกัน แต่แตกต่างกันในเรื่องโครงสร้างยา ระยะเวลาการออกฤทธิ์ รูปแบบการฉีด และผลการศึกษาด้านการลดน้ำหนัก Liraglutide เป็นยารุ่นแรกในกลุ่มนี้ ต้องฉีดทุกวัน และตามผลการศึกษาสามารถลดน้ำหนักได้ประมาณ 8% จากน้ำหนักตัวเริ่มต้น ส่วน Semaglutide เป็นยาที่ฉีดสัปดาห์ละครั้ง ลดน้ำหนักได้ประมาณ 14.9-16.9% จากน้ำหนักตัวเริ่มต้น ขณะที่ Tirzepatide ซึ่งกำลังได้รับความนิยมมากในตลาดขณะนี้ เป็นยาฉีดสัปดาห์ละครั้งเช่นกัน และลดน้ำหนักได้ประมาณ 15-20.9% จากน้ำหนักตัวเริ่มต้น อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้ต้องอ่านอย่างระมัดระวัง เพราะมาจากการศึกษาของแต่ละตัวยา ซึ่งมีระยะเวลาการศึกษาไม่เท่ากัน Liraglutide ศึกษาประมาณ 56 สัปดาห์ Semaglutide ศึกษาประมาณ 68 สัปดาห์ และ Tirzepatide ศึกษาประมาณ 72 สัปดาห์ ผลที่เห็นจึงไม่ได้เกิดจากการฉีดเพียงไม่กี่ครั้ง แต่เป็นผลจากการใช้ยาในระยะยาว ควบคู่กับการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายตามการศึกษานั้น ๆ อีกปัจจัยที่ทำให้ยาบางตัวออกฤทธิ์ได้นานกว่า คือโครงสร้างของตัวยา โดยเฉพาะยากลุ่มที่ฉีดสัปดาห์ละครั้ง ซึ่งมีสายเปปไทด์ยาว ทำให้ยาออกฤทธิ์อยู่ในร่างกายได้นานกว่า เมื่อจับกับตัวรับในร่างกายได้นานขึ้น ก็ทำให้ความอิ่มอยู่ได้นานขึ้น ลดความอยากอาหารได้นานขึ้น กระเพาะบีบตัวช้าลง และนำไปสู่การรับประทานอาหารน้อยลง ภญ.โฉมคนางค์ระบุว่า การใช้ยา GLP-1 ไม่ควรเริ่มจากความรู้สึกว่า “อยากผอม” หรืออยากมีรูปร่างดีขึ้นเท่านั้น เพราะ ยากลุ่มนี้ต้องพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งสภาพร่างกาย น้ำหนักตัว โรคประจำตัว และความเหมาะสมทางการแพทย์ โดยควรให้แพทย์เป็นผู้ประเมินก่อนใช้ยาอย่างใกล้ชิด ปัจจัยแรกคืออายุ เนื่องจากข้อมูลการศึกษาส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มผู้ที่มีอายุมากกว่า 18 ปีขึ้นไป หากนำไปใช้กับผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี โดยเฉพาะวัยรุ่น โดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ ย่อมมีความเสี่ยง เพราะข้อมูลสนับสนุนยังมีจำกัด ปัจจัยต่อมาคือค่าดัชนีมวลกาย หรือ BMI โดยทั่วไป ผู้ที่เข้าใกล้ข้อบ่งใช้ของยากลุ่มนี้ ควรมีค่า BMI ตั้งแต่ 27 ขึ้นไป และ มีปัญหาสุขภาพหรือโรคร่วมอย่างน้อยหนึ่งอย่าง เช่น ความเสี่ยงเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจ ร่วมกับภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน ดังนั้น ผู้ที่คิดจะใช้ยา GLP-1 ควรเริ่มจากการคำนวณ BMI ของตนเองก่อน โดยนำน้ำหนักตัวหารด้วยส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง เช่น หากสูง 1.68 เมตร ให้นำ 1.68 ไปยกกำลังสอง แล้วใช้น้ำหนักตัวหารด้วยค่าดังกล่าว หากผลลัพธ์ไม่ถึง 27 ก็ยังไม่เข้าเกณฑ์ใช้ยา อีกเงื่อนไขสำคัญคือ ผู้ใช้ควรผ่านการลดน้ำหนักด้วยวิธีพื้นฐานมาก่อน ทั้งการควบคุมอาหารอย่างเหมาะสม การออกกำลังกาย การเวทเทรนนิ่ง หรือวิธีลดน้ำหนักที่ถูกต้องอื่น ๆ แต่ยังไม่ได้ผล จึงค่อยพิจารณาการใช้ยา GLP-1 ภายใต้การดูแลของแพทย์ ไม่ใช่ใช้เป็นทางเลือกแรกของการลดน้ำหนัก ภญ.โฉมคนางค์ย้ำว่า GLP-1 ต้องใช้ควบคู่กับการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย ไม่ใช่ใช้เป็นยาเดี่ยว หากใช้ยาเพียงอย่างเดียวโดยไม่ปรับพฤติกรรม ผลลัพธ์อาจไม่เป็นไปตามข้อมูลการศึกษา และมีความเสี่ยงที่น้ำหนักจะกลับมาเพิ่มขึ้นเมื่อหยุดยา นอกจากนี้ ผู้ที่มีประวัติโรคตับอ่อนอักเสบควรหลีกเลี่ยงการใช้ยากลุ่มนี้ และหากเกิดภาวะตับอ่อนอักเสบระหว่างใช้ยา แพทย์จะพิจารณาให้หยุดยาทันที ภญ.โฉมคนางค์ระบุว่า ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ยากลุ่มนี้ถูกปรับการขึ้นทะเบียนจาก “ยาอันตราย” เป็น “ยาควบคุมพิเศษ” หมายความว่า ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น และต้องมีใบสั่งแพทย์ ผู้ที่ต้องการใช้ยาจึงต้องพบแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสม ทั้งในด้านสุขภาพ ความเสี่ยงต่อผลข้างเคียง โรคประจำตัว และยาชนิดอื่นที่ใช้อยู่ ซึ่งอาจเกิดปฏิกิริยาร่วมกันได้ ดังนั้น หากพบการขายยา GLP-1 ผ่านโซเชียลมีเดีย หรือมีผู้โฆษณาว่าสามารถซื้อไปใช้ได้เองโดยไม่ต้องพบแพทย์ ควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเลยว่าอาจเป็นยาปลอม ยาเถื่อน หรือยาที่ลักลอบนำเข้า และควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของตนเองเป็นหลัก ภญ.โฉมคนางค์ ย้ำว่า GLP-1 ไม่ใช่ยาที่ควรซื้อมาใช้เอง ไม่ว่าจะจากโซเชียลมีเดีย ร้านค้าออนไลน์ การฝากเพื่อนซื้อจากต่างประเทศ หรือแหล่งขายที่อ้างว่าสามารถนำไปฉีดเองที่บ้านได้ เพราะยากลุ่มนี้ต้องใช้ภายใต้การพิจารณาและติดตามของแพทย์เท่านั้น ความเสี่ยงจากการซื้อยามาฉีดเองมีหลายระดับ ตั้งแต่เทคนิคการฉีดที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจทำให้เกิดการติดเชื้อบริเวณที่ฉีด ไปจนถึงการใช้ยาผิดขนาด เพราะผู้ใช้ไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นจากขนาดใด และต้องปรับขนาดยาอย่างไร หากใช้ไม่เหมาะสมอาจเกิดผลข้างเคียงรุนแรงได้ อีกความเสี่ยงสำคัญคือ ผู้บริโภคไม่สามารถมั่นใจได้ว่ายาที่ได้รับเป็นยาจริง ยาปลอม หรือยาเถื่อน แม้บางกรณีจะอ้างว่าเป็นยาที่ซื้อมาจากต่างประเทศ แต่ก็ยังมีคำถามเรื่องแหล่งที่มา การเก็บรักษา และความถูกต้องของตัวยา โดยเฉพาะยาฉีดที่ต้องควบคุมคุณภาพและอุณหภูมิอย่างเหมาะสม ภญ.โฉมคนางค์ยังเตือนว่า ยาปลอมบางชนิดอาจไม่ได้เป็น GLP-1 จริง แต่อาจเป็นยาคนละกลุ่ม เช่น อินซูลิน ซึ่งมีลักษณะเป็นน้ำใสและอยู่ในรูปแบบปากกาฉีดคล้ายกัน หากผู้บริโภคไม่รู้เท่าทัน อาจได้รับยาผิดชนิดและเกิดอันตรายต่อร่างกายได้ ในกรณีคลินิกความงามที่โฆษณาบริการ “ปักปากกา” ภญ.โฉมคนางค์อธิบายว่า ตามกฎหมายไทย คลินิกความงามสามารถสั่งจ่ายยากลุ่มนี้ได้ หากจดทะเบียนเป็นสถานพยาบาลถูกต้อง และมีแพทย์เป็นผู้ประเมินและสั่งจ่ายยา ดังนั้น การพบว่ายากลุ่มนี้ถูกใช้ในคลินิกความงาม ไม่ได้หมายความว่าผิดกฎหมายเสมอไป เงื่อนไขสำคัญคือ คลินิกต้องจดทะเบียนถูกต้อง มีแพทย์ประจำ และแพทย์ต้องเป็นผู้พิจารณาว่าผู้รับบริการเหมาะสมต่อการใช้ยาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคควรตรวจสอบให้ชัดว่า ผู้ให้คำปรึกษาเป็นแพทย์จริงหรือไม่ หากเป็นแพทย์ ควรมีเลขที่ใบประกอบวิชาชีพ หรือเลข ว

Exchange/Return Notes
  • We offer a 30-day return/exchange service after receiving.
  • Final sale items are not eligible for returns or exchanges.
  • To process your return/exchange, please contact us at [email protected]
  • Please click here for more details>>> Return & Exchange Policy

You may also like

recommand products